บทที่ 2
การปรับแต่งคอมพิวเตอร์สำหรับการใช้งานอินเตอร์เน็ต
สำหรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อใช้งานภายในบ้าน จำเป็นจะต้องมีส่วนประกอบสำคัญที่จะสามารถเชื่อมต่อระหว่างผู้กับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ประกอบด้วยส่วนประกอบสำคัญ
- อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
- โมเด็ม
- โปรแกรมสำหรับการใช้งานอินเตอร์เน็ต
- วิธีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
- การเลือกผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
- เมนบอร์ด มีประสิทธิภาพสูงพอสมควรในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในทั่วไป จะมีซีพียูรุ่น Celeron,
Pentium iv และ amd ซีพียุเหล่านี้จะรองรับการใช้งานระบบมัลติมีเดีย
ไม่ว่าจะเป็นการ์ดจอ การ์ดเสียง และลำโพง
- หน่วยความจำแรม จะขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่ใช้
แต่อย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า
64-128 mb ในปัจจุบันนิยมใช้ windows
xp หน่วยความจำแรมไม่ต่ำกว่า
256 mb
- จอภาพและการ์ดแสดงผล สามารถแสดงผลได้ตั้งแต่ 256 สีขั้นไป
- ระบบมัลติมิเดีย
คือ การ์ดเสียงพร้อมลำโพง
เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกรุ่นจะมีให้เฉพาะ การ์ดเสียง และลำโพงเท่านั้น อุปกรณ์เสริมอื่นๆ คือ ไมโครโฟน และกล้องเว็บแคม
ผู้ใช้จะต้องหาเพิ่มเติมเองเมื่อต้องการใช้งาน
โมด็ม
โมเด็ม หรือ ( modulator/demodulator) มีหน้าที่แปลงข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล
ของระบบคอมพิวเตอร์ให้เป้นสัญญาณเสียงในรูปแบบแอนะล็อก
เพื่อให้สามารถส่งไปทางโทรศัพท์ได้
การ modulate โดยที่ปลายทางก็จะมีโมเด็มทำหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงในรูปแบบแอนะล็อก ซึ่งรับมาจากโทรศัพท์ให้กลับมาเป็นข้อมูลแบบดิจิทัล
เพื่อใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์
เรียกว่า demodulate เนื่องจากสายโทรศัพท์ส่วนใหญ่จะสามารถส่งข้อมูลได้
ไม่เกิน 56 kbps โมเด็มแบ่งออกเป็น 3
ประเภท
- โมเด็มแบบภายใน
- โมเด็มแบบภายนอก
- โมเด็มแบบ pcmcia
โปรแกรมสำหรับการใช้งานอินเตอร์เน็ต
1.
โปรแกรมระบบปฏิบัติการ จำเป็นมากสำหรับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกชนิด เพราะจะเป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรต่างๆ
ในระบบในระบบ หน่วยความจำ การบันทึกข้อมูล
และอุปกรณ์ต่อเชื่อมอื่นๆ
2.โปรแกรมเว็บบราว์เซอร์ คือ
โปรมแกรมที่ใช้เปิดเว็บเพจต่างๆ ในอินเตอร์เน็ต
โปรมแกรมนี้จะสามารถมากมายที่จะเป็นประโยชน์ในการท่องเว็บ
3.โปรแกรมรับส่งจดหมายอิแล็กทรอนิกส์
ทำหน้าที่ข้อมูลจดหมายโดยสร้างโฟลเดอร์สำหรับเก็บจดหมายไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา
4.โปรแกรมสำหรับการสื่อสารบนอินเตอร์เน็ต
ใช้สำหรับการสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตด้วยกัน
ในรูปแบบของการพิมพ์ข้อความโต้ตอบ เรียกว่า chat
5.โปรแกรมมัลติมีเดียบนอินเตอร์เน๊ต
ใช้งานบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันมีหลากหลายรู้แบบ ทั้งรูปภาพ
ภาพเคลื่อนไหว เสียง
วีดีทัศน์
วิธีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
จะใช้โมเด็มแบบหมุนโทรศัพท์ เรียกว่า “dial
–up’’ ทำหน้าที่แปลงข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในรูปแบบของดิจิทัล
ให้เป็นสัญญาณเสียงในรูปแบบแอนะล็อก เพื่อส่งข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ ความเร็วของการส่งข้อมูลอยู่ที่ 33.6 kbps และสำหรับการรับข้อมูลอยู่ที่ 56 kbps
การรับส่งข้อมูลแบบบรอดแบนด์
1. การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ isdn (
intergrated services digital network )
2.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ adsl ( asymmetric
digital subscriberv link )
3.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบเคเบิลโมเด็ม
( cable
modem )
4.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านดาวทียม
( satellite )
5.การเชื่อต่ออินเตอร์เน็ตแบบวงจรเช่า ( leased line )
1.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ isdn
ถ้าต้องการใช้ระบบ isdn จะต้องขอหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ที่เป็น isdn การให้บริการ isdn แบ่งออกเป็น 2 ระดับ
Bai สำหรับผู้ใช้รายย่อย ตามบ้านพัก หรือหน่วยงานขนาดเล็ก
มีความเร็วเต็มที่ 128 mbps
Pri สำหรับองค์กรขนาดใหญ่โดยการเดินสายเคเบิลใยแก้วนำแสง
จะมีช่องสัญญาณสำหรับการสื่อสาร 30
ช่องสัญญาณ แต่ละช่องมีความเร็วที่ 64 kbps
2.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ adsl การบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงโดยผ่านทาง
สามารถ
ใช้กับการเชื่อมต่อผ่านทางสายโทรศัพท์แบบเดิม
สามารถเปลี่ยนสายโทรศัพท์ธรรมดาให้เป็นสายดิจิทัล มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูง
3.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบเคเบิลโมเด็ม มีความเร็วสูงที่ไม่ต้องใช้สายโทรศัพท์
อาศัยเครือข่ายเคเบิลจากผู้ให้บริการ
ถ้าต้องการใช้บริการแบบเคเบิลโมเด็มจะต้องใช้บริการของ asia net การทำงานของเคเบิลโมเด็มจะคล้ายกับ adsl มีการเข้ารหัสสัญญาณดิจิทัลด้วยความถี่สูง
แล้วส่งผ่านสายเคเบิลไปยัง ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต
กรณีนี้สายโคแอกเซียลทำให้สามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง
4.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม
เป็นบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง
มีผู้ให้บริการเพียงรายเดียว cs internet ในเครือชินคอร์ปอเรชั่นเจ้าของดาวเทียมไทยคม
การรัยข้อมูลด้วยสัญญาณความเร็วสูงมามายังผู้ใช้ในระดับเมกะบิตผ่านดาวเทียมโดยผู้ใช้จะต้องติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียม
ส่วนการส่งข้อมูล ทำการผ่านทางโมเด็มและสายโทรศัพท์มีความเร็วแค่ 56 kbps การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม
เป็นช่องทางที่ถูกรบกวนได้ง่ายจากสภาพดินฟ้าอากาศควรเตรียมช่องทางอื่นในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไว้สำรองในการใช้งาน
5.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบวงจรเช่า
การเชื่อมเอนเตอร์แบบ leased line จะเหมาะกับการใช้งานสำหรับองค์กร
สถาบันการศึกษา หรือระบบธุรกิจต่างๆที่มีผู้บริการเอนเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก
โดยไม่ต้องหมุนโทรศัพท์เข้าไปยังศูนย์บริการอินเตอร์เน็ตเพราะการเชื่อมแบบ leased line จะเชื่อมกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตตลอด
24 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่ายในการเช่าต้องเป็นรายเดือน
โดยจะเสียค่าบริการตามความเร็วที่เช่าสายสัญญาณเป็นอัตราเดียวกันทุกเดือน
และไม่ต้องเสียค่าบริการตามชั่วโมงการใช้งานอีก
ในองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีผู้ใช้บริการเอนเตอร์เน็ตจำนวนมาก
จะนิยมการเชื่อมต่อเอนเตอร์เน็ตแบบนี้
เพราะสามารถใช้งานเอนเตอร์เน็ตได้โดยไม่จำกัดปริมาณการงาน โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาต่างๆ
จะต้องให้บริการแก่นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรในหน่วยงาน
การเลือกให้ผู้บริการเอนเตอร์เน็ต
(isp)
โดยมีวิธีหลักการที่ต้องคำนึง ดังต่อไปนี้
1.
ความน่าเชื่อถือ ควรจะพิจารณาว่าผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบริษัทนั้นมีความน่าถือในการให้บริการมากน้อยเพียงใด
ซึ่งจะสามารถหาข้อมูลได้โดยการสอบถามจากผู้เคยใช้บริการโดยตรง
2.
ประสิทธิภาพของระบบ โดยพิจารณาจากความเร็วใยการรับส่งข้อมูล
การเชื่อมต่อกับสายโทรศัพท์หลุดบ่อยหรือไม่
หรือในขณะที่เรากำลังทำการโอนย้ายข้อมูล
และเกิดสายโทรศัพท์หลุดก็จะทำให้เราต้องเสียเวลาในการโอนย้ายข้อมูลใหม่
3.
หมายเลขโทรศัพท์
ผู้ให้บริการเอนเตอร์เน้ตจะต้องมีช่องทางให้กับบริการด้วยโมเด็ม
ดังนั้นจำนวนผู้บริการจะต้องสำพันธ์กับหมายเลขโทรศัพท์ที่จัดหาไว้
4.
อัตราการใช้โมเด็ม
ผู้ให้บริการเอนเตอร์เน็ตจะต้องมีคู่สายโมเด็มเพียงพอต่อการรองรับการใช้บริการของลูกค้า
5.
ค่าบริการ
โดยเราเลือกซื้อตามปริมาณการใช้งานของเราได้เพื่อให้คุ้มค่าต่อปริมาณค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายไป
6.
ค่าธรรมเนียมต่างๆ พิจารณาว่าผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตแต่ละแห่ง
นอกเหนืออัตราค่าบริการแล้วมีการคิดค่าธรรมเนียมอื่นๆ อีกหรือไม่
7.
บริการเสริม
ผู้บริการอินเตอร์เน็ตได้มีบริการเสริมอื่นๆ ให้บริการอีกหรือไม่ เช่น มีพื้นที่ว่างสำหรับการสร้าง Homepage และมี E – mail Address ให้ด้วยหรือไม่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น